การท่าเรือแห่งประเทศไทย

วิธีดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง
แนบท้ายประกาศ การท่าเรือแห่งประเทศไทย
ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2547
......................................................

          1. การดำเนินงานเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของผู้ประกอบการท่าฯ
              1.1 ท่าเรือแหลมฉบังแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายตามที่ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization หรือ IMO) กำหนดโดยแบ่งสินค้าอันตรายออกเป็น 3 กลุ่ม ตามการปฏิบัติ ดังนี้ สินค้าขาเข้า
                    กลุ่มที่ 1 สินค้าอันตรายที่ไม่อนุญาตให้ทำการบรรทุกหรือขนถ่าย หรือเคลื่อนย้ายบนเรือ หรือผ่าน หรือถ่ายลำในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง
                    กลุ่มที่ 2 สินค้าอันตรายที่อนุญาตให้ทำการบรรทุกขนถ่ายข้างลำ ในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง แต่ไม่อนุญาตให้ฝากเก็บในท่าเรือแหลมฉบัง
                    กลุ่มที่ 3 สินค้าอันตรายนอกเหนือจากกลุ่มที่ 1 และ 2 อนุญาตให้ทำการบรรทุกหรือขนถ่ายในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง สินค้าอันตรายขาเข้า หลังจากเสร็จสิ้นการขนถ่าย ให้ดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้สินค้าอันตราย ไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายทันที ยกเว้นตู้สินค้าอันตรายที่ขนถ่ายข้างลำ (กลุ่มที่ 2) ฝากเก็บได้มาเกิน 24 ชั่วโมง สำหรับสินค้าอันตรายขาออก อนุญาตให้ฝากเก็บภายในท่าเรือได้ไม่เกิน 2 วัน นับถึงวันที่บรรทุกลงเรือหากเกิน 2 วัน ให้เจ้าของหรือตัวแทนเรือเจ้าของตู้สินค้า ต้องเคลื่อนย้ายสินค้าอันตรายขาออกไปฝากเก็บที่ทำการตรวจปล่อยและพิธีการศุลกากรที่คลังสินค้าอันตราย

รายละเอียดตามตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบังในผนวก 1

              1.2 เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือฯ ยื่นแบบรายการสินค้าอันตราย (Dangerous Goods Declaration) ซึ่งสำแดงรายการสินค้าอันตรายตามที่กำหนดไว้ในหนังสือ International Maritime Dangerous Goods Code (IMDG - Code) ที่แผนกควบคุมสินค้าอันตราย กองบริหารงานทั่วไป ท่าเรือกรุงเทพ ก่อนเรือเทียบท่า 9 ชั่วโมง ข้อมูลในแบบรายการสินค้าอันตรายประกอบด้วย ชื่อทางเคมี (Chemical Name) หรือชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง (Proper Shipping Name) หมายเลขสหประชาชาติ (UN Number) ประเภทของสินค้าอันตราย (Class) พร้อมรายละเอียดอื่นๆ ตามตัวอย่างแนบ และต้องมีข้อความ "ขอรับรองว่ารายการสินค้าอันตรายดังกล่าวนี้แจ้งชื่อ ประเภท UN Number ถูกต้อง และบรรจุในภาชนะที่ได้มาตรฐานพร้อมติดฉลากตามที่ IMDG - Code กำหนดทุกประการ" พร้อมทั้งเซ็นชื่อกำกับในเอกสารนั้น และแนบเอกสาร Material Safety Data Sheet หรือเอกสารกำกับการขนส่งสินค้าอันตรายอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลตามต้องการของรายการสินค้าอันตรายแต่ละรายการไปด้วย
               1.3 ภาชนะที่ใช้บรรจุสินค้าอันตราย ต้องได้มาตรฐานตามที่ International Dangerous Goods Code (IMDG - Code) กำหนด และต้องปิดฉลากสินค้าอันตรายของภาชนะ หรือตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าอันตรายให้เรียบร้อยและชัดเจน
               1.4 ผู้ปะกอบการท่าเทียบเรือฯต้องจัดทำแผนฉุกเฉิน ในกรณีที่เกิดสินค้าอันตรายรั่วไหล หรือมีอุบีติเหตุอื่นใด เสนอท่าเรือแหลมฉบังด้วย
               1.5 ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือฯ ต้องอำนวยความสะดวก แก่เจ้าหน้าที่ท่าเรือแหลมฉบังและสำนักงานศุลกากร ตรวจสอบการจัดเก็บสินค้าอันตราย หากเกิดชำรุดเสียหาย และหรือรั่วไหลต้องดำเนินการให้เรียบร้อยปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมโดยรวม
               1.6 Tank Container ที่บรรจุสินค้าอันตราย และได้นำสินค้าอันตรายออกจาก Tank เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมิได้ทำความสะอาดให้ถือว่าเป็นสินค้าอันตรายด้วยเช่นกัน
               1.7 ตู้สินค้าอบยาถือเป็นตู้สินค้าอันตรายตาม IMDG-Code ประเภท (Class) ที่ 9 ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับของ IMO
               1.8 ห้ามทำการเปิดตู้สินค้าอันตราย เพื่อนำสินค้าออกหรือเข้าตู้สินค้าในเขตท่าเทียบเรือฯ ยกเว้นตู้ LCL ที่มีสินค้าทั่วไปปะปนเท่านั้น ให้ทำการเปิดเพื่อส่งมอบสินค้าอันตรายไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายท่าเรือแหลมฉบัง
               1.9 ใบอนุญาตของผู้ขับรถ สำหรับรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิดและลักษณะการบรรทุกต้องเป็นชนิดที่ 4
               1.10 ในกรณีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น ผู้ที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามประกาศของการท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อท่าเรือแหลมฉบังหรือผู้อื่นที่ได้รับความเสียหาย และท่าเรือแหลมฉบังอาจพิจารณางดการให้บริการต่อไป

          2. การรับฝากเก็บสินค้า / ตู้สินค้าอันตรายที่คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง
              2.1 สินค้าอันตรายขาเข้า
                    2.1.1 ให้เจ้าของสินค้าหรือตัวแทนเรือฯ ยื่นแบบรายการสินค้าอันตรายซึ่งสำแดงรายการสินค้าอันตรายตาม IMDG – Code ที่กำหนดโดย IMO พร้อมกับบัญชีสินค้าเรือตามใบตราส่ง (Bill of Landing) ที่เกี่ยวข้อง ณ คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องแจ้งชื่อทางเคมี (Chemical Name) หรือชื่อทางการขนส่งระหว่างประเทศ (Proper Shipping Name), UN Number, ประเภทสินค้าอันตราย (Class) พร้อมทั้งรายการอื่นๆ ตามตัวอย่างแนบ และมีข้อความ “ขอรับรองว่า รายการสินค้าอันตรายดังกล่าวนี้ แจ้งชื่อ ประเภท UN Namber ถูกต้อง และบรรจุภาชนะที่ได้มาตรฐานพร้อมติดฉลากตามที่ IMO กำหนดทุกประการ” โดยลงนามกำกับในเอกสารนั้น พร้อมทั้งแนบ Material Safety Data Sheet (MSDS) และ Emergency Contact (EC) เจ้าของสินค้า หรือจัดข้อมูลความปลอดและการติดต่อฉุกเฉินตามแบบฟอร์มแนบท้ายประกาศฯ หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ ให้กองการท่า ท่าเรือแหลมฉบัง และผู้ประกอบการท่าฯ ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงก่อนตารางเรือเทียบท่า
                    2.1.2 เมื่อมีการนำสินค้าอันตรายขาเข้าขนส่งไปคลังสินค้าอันตรายให้ผู้ประกอบการท่าฯ มอบเอกสาร MSDS และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉิน หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ ตามข้อ 2.1.1 แก่พนักงานขับรถบรรทุกที่จะมารับสินค้าอันตรายนั้นๆแล้ว ส่งมอบเอกสารดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ ของคลังสินค้าอันตรายต่อไปทุกครั้ง
                    2.1.3 การขนส่งสินค้าอันตรายขาเข้ากลุ่มที่ 2 ประเภทที่ 1 วัตถุระเบิดและประเภทที่2.3 ก๊าซพิษ ให้ตัวแทนเจ้าของตู้สินค้ามอบเอกสาร MSDS และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉิน หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ตามข้อ 2.1.1 แก่พนักงานขับรถบรรทุกทุกคันที่จะมารับสินค้าอันตรายนั้นๆ ด้วย
                    2.1.4 ตู้สินค้าที่ส่งมอบ เพื่อฝากเก็บ ณ คลังสินค้าอันตรายท่าเรือแหลมฉบัง ต้องมัดลวดตีตรา(Seal) ของศุลกากรและบริษัทตัวแทนเรือในสภาพเรียบร้อยโดยผู้ส่งมอบต้องบันทึกลงในใบกำกับสินค้าอันตรายให้ชัดเจน
                    2.1.5 ในกรณีสินค้า / ตู้สินค้าอันตรายที่ทำการส่งมอบ มีสภาพหีบห่ออยู่ในลักษณะชำรุดเสียหาย ผู้ส่งมอบต้องบันทึกลงในใบกำกับสินค้าอันตรายให้ชัดเจน
                    2.1.6 ในกรณีที่พบว่าสินค้าอันตรายชำรุดเสียหาย หรือหกรั่วไหลจากตู้สินค้าก่อนการส่งมอบแก่เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า ท่าเรือแหลมฉบังจะแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบเพื่อดำเนินการสำรวจต่อไป
                    2.1.7 สินค้าอันตรายขาเข้า ซึ่งผู้นำเข้ามิได้มาดำเนินการตรวจปล่อยให้เสร็จสิ้นภายในเวลากำหนด ให้ดำเนินการตามหมวด 7 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 โดยเร่งด่วนต่อไป
              2.2 สินค้าอันตรายขาออก
                     2.2.1 การรับฝากเก็บสินค้าอันตรายขาออก คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง จะรับฝากเก็บเฉพาะตู้สินค้าอันตรายเพื่อการส่งออก โดยกำหนดให้ เจ้าของสินค้าหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า หรือเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อคลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง ล่วงหน้าก่อนนำตู้สินค้า หรือสินค้าเข้าตู้สินค้า ฝากเก็บไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงในเวลาทำงานปกติ
                     2.2.2 สินค้าอันตรายที่บรรจุตู้สินค้ามาจากภายนอก เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้ายื่นเอกสารเช่นเดียวกับข้อ 2.2.1 และเพิ่มเอกสารแบบ ทกท.308.2
                     2.2.3 การขนส่งสินค้าอันตรายขาออก ให้ตัวแทนเรือ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า หรือตัวแทนเจ้าของตู้สินค้า หรือตัวแทนผู้ส่งออก ยื่นเอกสารประกอบการขนส่งพร้อมกับเอกสาร MSDS และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉินหรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ ตามข้อ 2.1.1 ให้กองการท่า ท่าเรือแหลมฉบัง และผู้ประกอบการการท่าเรือคลังสินค้าอันตราย และมอบเอกสาร MSDA และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉิน หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ ตามข้อ 2.1.1 แก่พนักงานขับรถบรรทุกสินค้าอันตรายนั้นตั้งแต่ต้นทางจนถึงเข้ามาในเขตท่าเรือแหลมฉบังทุกครั้ง
                     2.2.4 การส่งมอบตู้สินค้าอันตราย เพื่อบรรทุกลงเรือคลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง จะใช้ข้อมูลตู้สินค้าที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือหรือ ตัวแทนเจ้าของสินค้าหรือตัวแทนเจ้าของตู้สินค้า ประสานงานกับผู้ประกอบการท่าฯ ในการส่งมอบตู้สินค้าเพื่อบรรทุกลงเรือ
                     2.2.5 ค่าภาระฝากเก็บตู้สินค้า และยกตู้สินค้าขึ้น-ลงจากรถหัวลาก ท่าเรือแหลมฉบังเรียกเก็บจากเจ้าของตู้สินค้าหรือบริษัทตัวแทนเจ้าของตู้สินค้า ตามอัตราภาระของท่าเรือแหลมฉบังตู้สินค้าอันตรายที่ฝากเก็บหรือทำการบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าท่าเรือแหลมฉบังจะเรียกเก็บค่าภาระฝากตู้สินค้า หลังจากรับฝากเก็บเกิน 24 ชั่วโมง นับจากวันรับตู้สินค้าอันตราย ณ คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง
                     2.2.6 ในการขนส่งสินค้าอันตรายทั้งขาเข้าและขาออกกลุ่มที่ 2 ประเภทที่ 1 วัตถุระเบิด และประเภทที่ 2.3 ก๊าซพิษ ให้ตัวแทนเรือหรือตัวแทนเจ้าของตู้สินค้ายื่นเอกสารขออนุญาตพร้อมกับเอกสาร MSDS และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉิน หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ตามข้อ 2.1.1 ให้กองการท่าเรือแหลมฉบังล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงก่อนตารางเรือเทียบท่า และสินค้าอันตรายประเภทที่ 1 เฉพาะวัตถุระเบิด จะต้องมีรถตำรวจนำขบวนขนส่งเคลื่อนย้ายตามถนนสาธารณะด้วยทุกครั้ง

          3. การจัดเก็บค่าภาระเกี่ยวกับสินค้าอันตราย
              3.1 กรณีสินค้าอันตรายและตู้สินค้าอันตรายขาเข้า ที่ขนถ่ายจากเรือ แล้วส่งมอบโดยตรง หรือเก็บไว้ที่ท่าผู้ประกอบการฯ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นการขนถ่ายแล้วส่งมอบให้แก่เจ้าของสินค้าหรือตู้สินค้า หรือฝากเก็บไว้ที่คลังสินค้าอันตรายท่าเรือแหลมฉบัง แล้วขนส่งมอบให้แก่เจ้าของตู้สินค้าหรือตู้สินค้า หรือการปฏิบัติงานในทางกลับกันสำหรับสินค้าและตู้สินค้าขาออก เรียกเก็บตามอัตราค่าภาระท่าเรือแหลมฉบัง
              3.2 สินค้าอันตรายและตู้สินค้าขาเข้า ที่ต้องเคลื่อนย้ายจากท่าเทียบเรือมาฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง หรือปฏิบัติในทางกลับกันสำหรับสินค้าและตู้สินค้าขาออกให้เรียกเก็บตามอัตราค่าภาระยกขนสินค้าเพิ่มเติม (Addlfional Wharf Handling Change) ตามลำดับที่ 202 หรือค่าภาระเคลื่อนย้ายตู้สินค้ากรณีพิเศษ (Extra Container Movement Change) ตามลำดับที่ 308.2
              3.3 ค่าภาระฝากสินค้าและตู้สินค้าอันตราย เรียกเก็บตามอัตราค่าภาระท่าเรือแหลมฉบัง โดยได้รับยกเว้นค่าภาระฝากสินค้าและตู้สินค้า 1 วัน นับถัดวันเสร็จสิ้นการขนถ่ายที่ท่าเรือฯ หรือนับถัดจากวันรับสินค้าและตู้สินค้าอันตราย ณ คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง
              3.4 กิจกรรมอื่นๆ ที่ได้รับบริการนอกเหนือจาก 3.1 - 3.3 เรียกเก็บเงินตามอัตราค่าภาระท่าเรือแหลมฉบัง

          4. วิธีดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตราย ประเภทที่ 1 เฉพาะสารโคบอลต์ 60 ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้
              4.1 ก่อนสั่งการนำเข้าสารโคบอลต์ 60 ต้องติดต่อประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่กียวข้องเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยไม่น้อยกว่า 7 วัน ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ด่านศุลกากรแหลมฉบัง เอกชนผู้ประกอบการที่จะนำเรือเข้าเทียบท่าฯ และตัวแทนเรือฯ เพื่อวางแผนกำหนดมาตรการ และเตรียมการบรรทุกขนถ่าย และขนส่งสารฯ ให้ปลอดภัยที่สุด
              4.2 จัดส่งเอกสารแสดงรายละเอียด จำนวน และวัตถุประสงค์การนำเข้า
              4.3 จัดส่งเอกสารได้รับอนุญาตให้นำเข้าสารฯ อย่างถูกต้องจากสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
              4.4 แสดงหนังสือรับรองการตรวจสอบภาชนะที่ใช้บรรจุสารฯ ว่ามีความปลอดภัยในการขนส่งจากหน่วยงานของรัฐจากต่างประเทศ และได้รับการตรวจสอบพร้อมหนังสือรับรองจากสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
              4.5 ให้ขนถ่ายสารฯ ข้างลำลงยานพาหนะทางบกโดยตรงแล้วส่งมอบทันที
              4.6 กำหนดมาตรการการป้องกันการรั่วไหลรังสีของสารฯ ที่ได้มาตราฐานโดยต้องจัดผู้ที่มีความรู้ผ่านการอบรม และมีหนังสือรับรอง จากสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ หรือหน่วยงานของรัฐ พร้อมเครื่องมือตรวจสอบ เพื่อการควบคุมและตรวจสอบการรั่วไหลรังสีตลอดเวลา
              4.7 กำหนดมาตรการการขนส่งลงเรือ รวมทั้งการขนส่งภายในและภายนอกท่าเรือแหลมฉบัง ไปยังสถานที่เก็บของผู้นำเข้าฯ อย่างปลอดภัยที่สุด โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และตำรวจทางหลวง ควบคุมการขนถ่ายและขนส่งสารฯ ตลอดเวลา รวมทั้งบริเวณที่ขนถ่าย ต้องมีการควบคุมบริเวณในระยะประมาณ 40 เมตร พร้อมติดตั้งสัญลักษณ์เตือน เพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ในบริเวณที่กำลังขนถ่ายสารโคบอลต์ 60

          5 กรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติภัยความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้ ท่าเรือแหลมฉบังจะดำเนินการดังนี้
              5.1 หากตรวจพบว่า เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า ละเลยไม่แจ้งในบัญชีสินค้าอันตราย จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) ต่อ 1 ใบตราส่งสินค้าโดยเรียกเก็บจากเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า
              5.2 หากพบว่าเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือละเลยไม่แจ้งบัญชีสินค้าอันตราย หรือแจ้งไม่ครบตามที่ระบุไว้ในบัญชีสินค้าสำหรับเรือ หรือมิได้แจ้งภายในระยะเวลาที่ท่าเรือแหลมฉบังกำหนดจะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) จากเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ
              5.3 การติดและการทำลายฉลากสินค้าอันตรายตู้สินค้าบรรจุสินค้าอันตรายทั้งขาเข้าและขาออก ที่ไม่ได้ติดฉลากสินค้าอันตราย เรียกเก็บค่าปรับฉลากละ 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) จากเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า และต้องจัดหาฉลากนั้นๆ มาติดเอง ก่อนที่จะนำสินค้าอันตรายเข้า-ออก ท่าเรือแหลมฉบังและคลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลฉบัง
              5.4 ในการขนส่งสินค้าอันตรายทั้งขาเข้าและขาออก ถ้าไม่ยื่นเอกสาร MSDS และ EC หรือบัตรข้อมูลความปลอดภัยและการติดต่อฉุกเฉินตามแบบฟอร์มแนบท้ายประกาศฯ หรือเอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของสินค้าอันตรายที่สามารถใช้แทนกันได้ท่าเรือแหลมฉบังจะทำการปรับเงิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อตู้สินค้าหรือต่อหีบห่อ และจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าอันตรายนั้นเข้ามาจนกว่าจะดำเนินการทำเอกสารดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย

ตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายตามภาคผนวก 1

ประเภท
CLASS or SUBCLASS
กลุ่มสินค้าอันตราย หมายเหตุ
กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3
1. วัตถุระเบิด      
2.1 ก๊าซไวไฟ
2.2 ก๊าซอัด
2.3 ก๊าซพิษ
 

 
3. ของเหลวไวไฟ   * (*) เป็นของเหลวไวไฟที่มีคุณสมบัติดังนี้
1. เป็นพิษ
2. จุดวาบไฟต่ำกว่า 10°C
4.1 ของแข็งไวไฟ




















4.2 สารที่ลุกไหม้ได้เอง





4.3 สารที่เมื่อเปียกน้ำจะเกิดก๊าซไวไฟ
  **




















***

























(**) มีคุณสมบัติดังนี้
1. ของแข็งที่ทำปฏิกิริยาได้เอง ประเภท B และ C (Self-reactive Solid type B and C)
2. ของเหลวที่ทำปฏิกิริยาได้เอง ประเภท B และ C (Self-reactive Liquid type B and C)
3. ของแข็งที่ทำปฏิกิริยาได้เอง ประเภท B และ C ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Self-reactive Solid type B and C, temperature Controlled)
4. ของเหลวที่ทำปฏิกิริยาได้เอง ประเภท B และ C ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Self-reactive Liquid type B and C, temperature Controlled)
5. เป็นพิษ
6. IMO กำหนดให้บรรจุในภาชนะบรรจุที่ 1(Packaging group I)

(***) มีคุณสมบัติดังนี้
1. เป็นพิษ
2. เมื่อเปียกน้ำจะเกิดก๊าซไวไฟ
3. IMO กำหนดให้บรรจุในภาชนะบรรจุที่ 1(Packaging group I)
5.1 สารอ็อกซิไดซ์
5.2 สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์
 
   
6.1 สารพิษ

6.2 สารแพร่เชื้อ
  ****

(****) เป็นสารพิษที่มีคุณสมบัติติดไฟได้
7. สารกัมมันตรังสี      
8. สารกัดกร่อน   ***** (*****) มีคุณสมบัติดังนี้
1. เป็นพิษและติดไฟได้
2. เมื่อเปียกน้ำจะเกิดก๊าซไวไฟ
3. เป็นตัวเติมออกซิเจน
9. สารอันตรายเบ็ดเตล็ด
และอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม